[x] ปิดหน้าต่างนี้
   
   กลับหน้าหลัก


สาระน่ารู้
Flipped Classroom

อังคาร ที่ 12 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2558

 
 
 




Flipped Classroom เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่ เป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และในปีการศึกษา พ.ศ. 2556 เป็นต้นมาชั้นเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของไทยได้นำแนวคิด "ห้องเรียนกลับด้าน" มาใช้

 

 

แนวคิดหลักของ "ห้องเรียนกลับด้าน" คือ "เรียนที่บ้าน-ทำการบ้านที่โรงเรียน" เป็นการนำสิ่งที่เดิมที่เคยทำในชั้นเรียนไปทำที่บ้าน และนำสิ่งที่เคยถูกมอบหมายให้ทำที่บ้านมาทำในชั้นเรียนแทน โดยยึดหลักที่ว่า เวลาที่นักเรียนต้องการพบครูจริงๆ คือ เวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลือ เขาไม่ได้ต้องการให้ครูอยู่ในชั้นเรียนเพื่อสอนเนื้อหาต่างๆ เพราะเขาสามารถศึกษาเนื้อหานั้นๆ ด้วยตนเอง ถ้าครูมอบหมายงานให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน แล้วครูใช้ชั้นเรียนสำหรับชี้แนะนักเรียนให้เข้าใจแก่นความรู้จะดีกว่า ใน "ห้องเรียนกลับด้าน" ครูจะมอบหมายให้เด็กไปศึกษาล่วงหน้าที่บ้าน เมื่อมาเข้าชั้นเรียนในวันรุ่งขึ้น นักเรียนจะซักถามข้อสงสัยต่างๆ จากนั้นก็ลงมือทำงานที่ได้รับมอบหมายเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มโดยมีครูคอยให้คำแนะนำตอบข้อสงสัย "ห้องเรียนกลับด้าน" เป็นการเข้าใกล้การจัดการเรียนการสอนแบบ “เด็กเป็นศูนย์กลาง” (Child-center education) มากขึ้น"ห้องเรียนกลับด้าน" เป็นการเรียนรู้แบบผสมผสาน เป็นรูปแบบการเรียนที่มีการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาการสอนในชั้นเรียนอย่างเต็มที่ ครูจะมีเวลาใกล้ชิดกับนักเรียนมากขึ้นแทนที่จะใช้เวลาในการสอนหนังสือเพียงอย่างเดียว ในห้องเรียนแบบเก่า ครูจะจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนได้เนื้อหาความรู้ให้มากที่สุด จากนั้นนักเรียนจะได้รับการบ้านที่ใช้วัดความเข้าใจต่อหัวข้อการเรียนนั้นๆ แต่ในการเรียนการสอนแบบ แบบ "ห้องเรียนกลับด้าน" นักเรียนจะเรียนรู้หัวข้อต่างๆ ด้วยตนเองก่อน โดยกลับไปศึกษาเองที่บ้าน จากนั้นในชั้นเรียนนักเรียนจะพยายามนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ในการทำงานและแก้ปัญหาต่างๆ ในชั้นเรียน 
ดังนั้น งานหลักของครูคือการสอนนักเรียนเมื่อไม่เข้าใจ มากกว่าที่จะเป็นคนบอกเล่าเนื้อหาการเรียนเพียงอย่างเดียว การเรียนการสอนเช่นนี้ทำให้สามารถนำการจัดการเรียนรู้ตามความแตกต่างของผู้เรียน (Differentiate Instruction)และการเรียนโดยการแก้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based learning : PBL) มาใช้ในชั้นเรียนได้ด้วยระหว่างที่นักเรียนไปศึกษานอกห้องเรียน นักเรียนสามารถติดต่อสื่อสารกับครูได้ด้วย โดยอาจใช้โทรศัพท์และ social networks
การเรียนการสอนแบบ "ห้องเรียนกลับด้าน" ทำให้ครูมีเวลาชี้แนะนักเรียนและช่วยนักเรียนสร้างสรรค์แนวคิดต่างๆ ได้มากขึ้น ได้เห็นว่าผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและทักษะจริง

 

 

 

 

แหล่งข้อมูล:
''Flipped Classroom'' ห้องเรียนกลับด้าน

 

 

http://www.komchadluek.net/detail/20130503/157502/

FlippedClassroomห้องเรียนกลับด้าน.html#.UbSc4_kvlqW [2013, June 9].Flip teaching - http://en.wikipedia.org/wiki/Flip_teaching[2013, June 9].


เข้าชม : 541

สาระน่ารู้ 5 อันดับล่าสุด

      Flipped Classroom 12 / พ.ค. / 2558
      อาเซียนน่ารู้ 11 / พ.ค. / 2558